เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณที่พักสงฆ์ภูหินกอง บนเทือกเขาภูพาน ต.หนองบัว อ.เมืองหนองบัวลำภู จ.หนองบัวลำภู ยังคงมีประชาชนเดินทางเข้ามาภายในวัด เนื่องจากข่าวที่เกิดขึ้นสะเทือนใจประชาชน ท่ามกลางการดูแลของเข้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ ขณะที่มีรายงานว่า ที่พักสงฆ์ดังกล่าวไม่ปรากฏพระภายในวัดมีเพียงลูกศิษย์ แม่ชี และญาติของคนตายอยู่เฝ้าเท่านั้น
โดยในวันนี้ นางศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู พล.ต.ต.นิพนธ์ พานิชเจริญ ผบก.ตร.ภ.จว.หนองบัวลำภู พ.อ.พุทธิวัฒน์ สิริพงศ์พล รอง ผอ.รมน.จังหวัดหนองบัวลำภู นายวัชรินทร์ สุดลาวดี ปลัดจังหวัดหนองบัวลำภู พ.ต.อ.ประทีป ปัญโญ วัฒน์ ผกก.สภ.เมืองหนองบัวลำภู นายประยูร อรัญรุท นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงภายในได้ ร่วมกันตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองหนองบัวลำภู ได้ติดตามมาได้ จากวัดป่าถ้ำเพียอินทร์ บ้านทับกุง หมู่ที่ 3 ต.ทับกุง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี
ที่ทางลูกศิษย์ได้นำใส่รถไปมอบให้กับทางวัดเพื่อใช้เป็นอุปกรณ์ที่จะทำประโยชน์การก่อสร้างให้กับทางวัด ตามความประสงค์ที่ผู้ตายได้แจ้งไว้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำมาเก็บไว้ ที่ สภ.เมืองหนองบัวลำภู จะพบว่าเป็นเหล็กกล่องสี่เหลี่ยม ขนาด 2 นิ้ว คูณ 4 นิ้ว ยาวประมาณ 6 เมตร จำนวน 4 ท่อน และไม้ขนาดหน้า 3 นิ้ว ทั้งความยาวประมาณ 2 เมตรและขนาดสั้นประมาณ 50-100 ซม.อีกจำนวนหนึ่ง ที่ผู้ตายได้ใช้ทำเป็นอุปกรณ์ กิโยติน
พล.ต.ต.นิพนธ์ พานิชเจริญ ผบก.ภ.จว.หนองบัวลำภู กล่าวว่า ทางคดีเริ่มมีความคืบหน้ามายิ่งขึ้นยืนยันตำรวจจะไม่ทำงานตามความเชื่อที่ว่าตัดหัวถวายพระพุทธเจ้า แต่ตำรวจจะทำหน้าที่ตามกฎหมาย เมื่อมีการตายผิดธรรมชาติก็จำเป็นที่จะต้องสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริง และนับจากที่เริ่มทำคดีขณะนี้ตำรวจชุดสืบสวนได้ไปพบเครื่องประหารกิโยติน แล้วภายในวัดแห่งหนึ่งที่จังหวัดอุดรธานี แต่ยังไม่มีใครออกมายอมรับว่าใครเป็นคนที่นำเครื่องตัดศีรษะนี้เข้ามาทิ้งเอาไว้ แน่ทางการดำเนินคดีจึงต้องแยกออกเป็น 3 ส่วน ที่จะต้องหาตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบสวน
“ไม่ว่าจะเป็น 1.เรื่องของศพ ทั้งก่อนที่จะเป็นศพและหลัง ว่าในช่วงเกิดเหตุนั้นมีใครบ้าง 2.ที่เกิดเหตุ จะต้องรู้ในเรื่องว่าใครอยู่ในที่เกิดเหตุ และ 3.ใครเป็นคนร่วมจัดหาอุปกรณ์ และรวมไปถึงการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ ที่ต้องคอบคลุมตามหลักกฏหมาย ป.วิอาญา ที่ไปเกี่ยวข้องกับการตาย ที่กฎหมาย วางหลักไว้ว่า ผู้ใดกระทำการใดแก่ศพและสภาพแวดล้อมก่อนชันสูตร ทำการเคลื่อนย้ายและเปลี่ยนแปลงสภาพที่เกิดเหตุ ทำให้ผลทางคดีเปลี่ยนแปลง ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 2 ปี ปรับตั้งแต่ 1 หมื่น ถึง 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับและในวรรคที่สองที่กฎหมาย วางหลักไว้นั้น หากเกิดขึ้นตามวรรคแรก ถ้าเป็นการกระทำโดยทุจริต เพื่ออำพรางคดีต้องระวางโทษขึ้น 2 เท่า”
ผบก.ภ.จว.หนองบัวลำภู กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้ทำการสอบปากคำพยานภายในวัดไว้แล้วจำนน 13 ปาก มีลูกศิษย์ แม่ชี ญาติโยม และญาติคนตาย ที่ให้การเป็นประโยชน์อย่างมาก ที่บางส่วนก็เริ่มที่จะเข้าใจแล้วว่ามีใครเกี่ยวพันบ้างก็ขอเวลาในการดำเนินการและคาดว่าเมื่อชัดแจ้ง พนักงานสอบสวนก็จะเชิญตัวมารับทราบข้อกล่าวหาหรือหากไม่มาก็จะดำเนินการออกหมายจับต่อไป
นางศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ ผวจ.หนองบัวลำภู กล่าวว่า กรณีนี้ถือเป็นเหตุสะเทือนขวัญของประชาชนภายในจังหวัดรวมไปถึงคนไทยที่นับถือพุทธศาสนา การคลี่คลายปัญหาจึงต้องแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.เมื่อเกิดปัญหานี้แล้วต่อไปก็คือป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นเพราะหลายคนมองว่าเป็นลัทธิความเชื่อ และ 2.ในทางคดีต้องให้สิ้นความสงสัยในทุกประเด็นที่ต้องให้ทางตำรวจดำเนินการสืบสวนและสอบสวนให้แล้วเสร็จ
“กรณีที่ 1.เมื่อมีปัญหาและหลายคนมองว่าเป็นเรื่องของลัทธิความเชื่อ เบื้องต้นทราบว่า ผู้ตาย นั้นในช่วงที่บวชเป็นพระ ก็ไม่ได้พูดคุยกับญาติโยมในเรื่องนี้อย่างใดแต่จะไปพูดคุยกับคนสนิทเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้ตัดประเด็นนี้ เนื่องจากยังมีรูปปั้น ที่ดูแล้วอาจจะทำให้เกิดพฤติกรรมการเลียนแบบได้ จึงได้สั่งการให้ฝ่ายปกครองนำผ้าไปคลุมเอาไว้เพื่อรอการทุบทำลาย
เหตุที่ล่าช้าอีกอย่าง ก็เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ของทหาร มี มทบ.28 จังหวัดเลย เป็นเจ้าของพื้นที่ จำเป็นที่จะต้องทำอะไรให้มีขั้นมีตอนโดยจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาในเรื่องของพื้นที่ต่อไป ส่วนรูปปั้นจะต้องมีการรื้อและทุบทำลายอย่างแน่นอน ในกรณีที่ 2.เพื่อให้สิ้นความสงสัยในทางคดีนั้นทราบว่าทางตำรวจภูธรจังหวัดหนองบัวลำภู กำลังดำเนินการสืบสวนและสอบสวนเอาไว้แล้ว ที่จะต้องติดตามเอาเครื่องมือกิโยติน เครื่องมือดังกล่าวก็พบเจอแล้วที่จังหวัดอุดรธานี”
ผวจ.หนองบัวลำภู กล่าวต่อว่า ทั้งสองประเด็นจึงต้องใช้เวลาให้ตำรวจได้ทำงาน แต่ที่แน่ๆ รูปปั้นที่เห็นนี้จะต้องทุบทำลายทิ้งแน่นอนในสัปดาห์นี้ เพราะในขณะนี้ทราบจาก ผอ.สำนักงานพรระพุทธศาสนาจังหวัดหนองบัวลำภู ได้เข้าไปกราบเรียนเจ้าคณะจังหวัดหนองบัวลำภู ฝ่ายธรรมยุต ก็อนุญาตให้ทุบทำลายได้ ก็ต้องขอความร่วมมือประชาชนทุกฝ่ายที่ปฏิบัติธรรมให้ใช้สติ ส่วนประเด็นเหตุจูงใจเพิ่มเติมนั้นก็จะขอให้ทางตำรวจดำเนินการสอบสวนพฤติกรรมผู้ตาย หมายถึง เกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นโรคร้ายที่มีต่อผู้ตายจนเป็นเหตุจูงใจให้คิดทำร้ายตนเองหรือไม่
สุภัชรกานต์ แก้วสิงห์ /ขตว.หนองบัวลำภู

Related posts
It may be that the access link is wrong or the file does not exist.