กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค4 ประสานตำรวจภูธรจังหวัดในสังกัดทั้ง 12 จังหวัด จับตากลุ่มมิจฉาชีพหลอกซื้อรถยนต์ของชาวบ้าน โดยใช้ช่วงวิกฤตโควิดที่ชาวบ้านขาดรายได้จนต้องขายรถยนต์แต่กลับถูกหลอก พร้อมสั่งเร่งติดตามกรณีเจ้าหน้าที่ อบต. แห่งหนึ่งใน จ.มหาสารคาม ซื้อดาวน์รถยนต์จากชาวบ้านแล้วไม่ส่งงวดต่อจนชาวบ้านเดือดร้อน มูลค่าเสียหายกว่า 20 ล้านบาท
วันที่ 25 มีนาคม 2564 พล.ต.ต.สุภากร คำสิงห์นอก รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค4 ในฐานะโฆษกตำรวจภูธรภาค4 เปิดเผยความคืบหน้า กรณีที่มีกลุ่มชาวบ้านหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคอีสาน กว่า 20 คน รวมตัวกันเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์และขอความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค4 เมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อให้ติดตามตัว ผอ.ส่วนการคลัง ของ อบต.แห่งหนึ่งใน จ.มหาสารคาม มาสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมาย หลังหลอกซื้อ-ขายรถยนต์จากชาวบ้าน ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถไถ และรถบรรทุก 10 ล้อ มูลค่าเสียหายเกือบ 20 ล้านบาท โดยพฤติการณ์คือ การติดต่อซื้อรถยนต์จากชาวบ้านที่ซื้อรถมาแล้วส่งค่างวดไม่ไหว ก็จะรับซื้อแล้วจะเอาไปส่งค่างวดที่เหลือต่อ เมื่อส่งครบแล้วจึงจะทำเรื่องโอนรถ แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบว่า ชาวบ้านที่ขายรถ ได้รับการติดต่อจากบริษัทไฟแนนซ์ที่ตนเช่าซื้อรถ โทรศัพท์มาทวงถามว่าตนเองไม่ส่งงวดรถมาหลายเดือนแล้ว สร้างความเสียหายและเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในหลายจังหวัด ตามที่ได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้นั้น
พล.ต.ต.สุภากร คำสิงห์นอก รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค4 กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้น พบว่า รถยนต์ที่มีการซื้อขายกันไปนั้น เป็นทรัพย์สินที่ชาวบ้านได้ไปเช่าซื้อมากับบริษัทจำหน่ายรถยนต์ ซึ่งในสัญญาซื้อขายก็จะมีการระบุเงื่อนไขต่างๆ ว่าจะต้องผ่อนชำระเป็นเงินงวดละเท่าไหร่ เป็นการทำสัญญาซื้อขายระหว่างบริษัทรถยนต์กับชาวบ้านที่เป็นผู้ซื้อ ซึ่งชาวบ้านเองก็ไม่ควรที่จะนำทรัพย์สินดังกล่าวไปขาย หรือ จำนำต่อให้กับบุคคลอื่น แต่เมื่อมีกลุ่มบุคคลที่เข้ามาหลอกลวงชาวบ้าน โดยอาศัยช่วงสถานการณ์โควิด19 ที่ชาวบ้านขาดแคลนรายได้ เพราะออกไปทำมาหากินไม่ได้มากเหมือนแต่ก่อน ก็เป็นการสร้างความเสียหายให้กับชาวบ้านเช่นเดียวกัน เพราะเป็นการหลอกลวงให้ชาวบ้านหลง ฉะนั้น เมื่อเกิดการแจ้งความร้องทุกข์เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะต้องไปตามเอาทรัพย์สินกลับคืนมา และหากสืบสวนพบว่า ใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็จะต้องเข้ามาให้ข้อมูลกับตำรวจ ส่วนใครจะผิดหรือถูกก็ว่ากันไปตามพยานหลักฐาน
รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค4 กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้นำเรื่องร้องเรียนดังกล่าว นำเรียนให้ พล.ต.ท.ยรรยง เวชโสถ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค4 แล้ว โดยได้สั่งการไปยังตำรวจภูธรจังหวัด ทั้ง 12 แห่ง ที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของภาค4 ได้เฝ้าติดตามและป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพที่มักจะอาศัยช่วงที่ชาวบ้านขาดแคลนรายได้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 เข้ามาหลอกลวงชาวบ้าน โดยใช้กลอุบายล่อลวงจนชาวบ้านหลงเชื่อ ส่วนพื้นที่ใดที่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ได้กำชับให้แต่ละท้องที่เร่งติดตามคลี่คลายคดี รวมทั้งสืบหาแหล่งที่อยู่ของรถว่าอยู่ที่ใด เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐ ในสังกัดของ อบต.แห่งหนึ่งใน จ.มหาสารคาม ที่เป็นผู้ถูกกล่าวหา หากบริสุทธิ์ใจก็สามารถเข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ซึ่งจะต้องมีการสอบสวนหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังฝากเตือนไปยังประชาชนอย่าได้หลงเชื่อกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมดังกล่าว หากพบว่าตนเองตกเป็นเหยื่อสามารถเข้าแจ้งความได้ที่สถานีตำรวจในท้องที่ได้ทันที

Related posts
It may be that the access link is wrong or the file does not exist.