นครพนม-ครูแก้วหนุนตั้งวิสาหกิจชุมชน ปลูกกัญชาเพื่อรักษาโรค สำเร็จที่แรก


ครูแก้ว ศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทน หนุนตั้งวิสาหกิจชุมชนปลูกกัญชา เพื่อรักษาโรคสำเร็จ แห่งแรกของ นครพนม ได้ผลผลิตดี ตั้งเป้าขยายพื้นที่ปลูกให้ความรู้ชุมชน ส่งเสริมเป็นอาชีพเกษตรทางเลือกเพื่อทำวิจัยรักษาโรค เชื่อมโยงร้านเมนูกัญชา ด้านสาธารณสุขอำเภอแจง ต้องขออนุญาตทุกขั้นตอน ยังเป็นยาเสพติดควบคุมตามกฎหมาย ชูเมนูเด็ดพื้นบ้านต้มไก่ใส่ใบกัญชาเพื่อสุขภาพ พบราคาสูงใบละ 10 บาท

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 ที่แปลงสาธิตปลูกกัญชาวิสาหกกิจ ต.นาคำ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.เขต 1 พรรคภูมิใจไทย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 พร้อมด้วย นางพูนสุข โพธิ์สุ อดีตรองนายก อบจ.นครพนม นายทันใจ ณ รังสี ส.อบจ.นครพนม เขต อ.ศรีสงคราม นายกามนิต มงคลเกตุ สาธารณสุขอำเภอศรีสงคราม ร่วมกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับการ ผลักดันก่อตั้งวิสาหกิจชุมชนปลูกกัญชาของ ต.นาคำ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ซึ่ง เป็น วิสาหกิจชุมชนแห่งแรก ที่ประสบความสำเร็จ เกี่ยวกับการปลูกกัญชา เพื่อทำวิจัยในการรักษาโรค ตามนโยบายของพรรคภูมิใจไทย และนโยบายของรัฐบาล อีกทั้ง เป็นการส่งเสริมการทำเกษตรทางเลือกปลูกกัญชาสร้างรายได้ ให้กับชุมชน ภายใต้การขออนุญาตตามกฎหมาย เนื่องจากยังเป็นยาเสพติดให้โทษที่ต้องควบคุม โดยถือว่าเป็นวิสาหกิจชุมชนแห่งแรก ของ นครพนม ที่ประสบความสำเร็จในด้านการดูแลปลูกกัญชา เบื้องต้นนำร่องเป็นแปลงสาธิต จำนวน 50 ต้น ที่มีการปลูกแบบปลอดสาร เพื่อจะได้ ลงนามความร่วมมือกับ ทางหน่วยงานสาธารณสุขนำไปวิจัยด้านการทำยารักษาโรค ซึ่งจะใช้ช่อดอกไปทำการทำวิจัย ส่วนใบกัญชา จะได้มีการขออนุญาต นำไปปรุงประกอบอาหารเป็นเมนูเพื่อสุขภาพชนิดต่างๆ และมีการควบคุม ส่วนการปลูกจะเป็น สายพันธุ์พื้นบ้าน ชื่อ หางกระรอกภูพาน เป็นพื้นล้มลุก ใช้เวลาปลูกประมาณ 3 -4 เดือน สามารถเก็บผลผลิตได้ โดยในครั้งนี้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้มีการสาธิตการทำเมนูเด็ดต้มไก่บ้าน ใส่ใบกัญชาปลอดสารพิษ เพื่อสุขภาพ ให้คณะได้ชิมเมนูเด็ดอีกด้วย

นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือครูแก้ว ส.ส.เขต 1 พรรคภูมิใจไทย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 เปิดเผยว่า สำหรับแปลงปลูกกัญชาสาธิตของวิสาหกิจชุมชน ต.นาคำ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ถือเป็นแห่งแรก ที่มีการผลักดันร่วมกับชุมชน เพื่อนำร่อง ในการปลูกกัญชาเพื่อทำวิจัยด้านการแพทย์ ภายใต้นโยบายของรัฐบาล และพรรคภูมิใจไทย ที่มีการผลักดันแก้กฎหมาย ให้สามารถปลูกกัญชาได้เพื่อการรักษาโรค ซึ่งปัจจุบันได้มีการแก้กฎหมายให้ สามารถใช้ใบกัญชาในการประกอบอาหารได้ แต่ต้อง มาจากแหล่งปลูกที่ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วน ช่อดอกกัญชา ยังเป็นยาเสพติดประเภท 5 ที่ผิดกฎหมายตามกฎหมายเดิม ที่ยังไม่สามารถปลดล็อกได้ นอกจากใบกัญชาสามารถนำไปปรุงอาหารได้ ส่วนช่อดอก จะต้องนำส่งไปทำวิจัยร่วมกับหน่วยงานทางการแพทย์ในการสกัดเป็นยารักษาโรค ต่อไป อย่างไรก็ตามทางพรรคภูมิใจไทย จะได้เร่งหารือวางแนวทาง เป็นทางเลือกให้ เกษตรกร รวมถึงประชาชน ได้ปลูกเพื่อสร้างรายได้ รวมถึง ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ในการรักษาโรค เพราะทางการแพทย์สามารถวิจัยได้ว่า สามารถรักษาโรคบางชิดได้ อาทิ พาร์กินสัน โรคปลายประสาทอักเสพ โรคมะเร็งบางชนิด เคยมีการทดลองรักษาผู้ป่วยหายแล้วบางส่วน และอยู่ระหว่างการพัฒนาด้านการวิจัย

ครูแก้ว กล่าวอีกว่า ส่วนอนาคตประโยชน์สูงสุดนอกจากต้องการให้ประชาชนได้ประโยชน์จากการรักษาโรค ยังเป็นเกษตรทางเลือกสร้างรายได้ในชุมชน ที่มีการก่อตั้งวิสาหกิจชุมชน ให้สามารถปลูกได้ในครัวเรือน รวมถึง สร้างรายได้ในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน โดยจะนำพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ โมเดล มาเป็นต้นแบบ เชื่อว่าในอนาคตจะเป็นทางเลือกในการสร้างรายได้ และเกิดประโยชน์ก้านการรักษาโรคย่างแน่นอน ส่วนรูปแบบการขายจะมีการตั้งสหกรณ์ในการรับซื้อ และเชื่อมั่นว่าในอนาคต นครพนม จะเป็นแหล่งผลิตกัญชา เพื่อการรักษาโรคที่มีคุณภาพดี ที่สุด เพราะในอดีตมีการลักลอบปลูกจำนวนมาก แต่ผิดกฎหมาย และปัจจุบันเมื่อถูกกฎหมายจะต้องเกิดประโยชน์กับชุมชนมากที่สุด ซึ่งนโยบายปลูกกัญชาครัวเรือนละ 6 ต้น ได้ปลูกแน่นอน แต่ต้องรอขั้นตอนให้ถูกต้องตามกฎหมาย

นายกามนิต มงคลเกตุ สาธารณสุขอำเภอศรีสงคราม จ.นครพนม เปิดเผยว่า สำหรับการปลูกกัญชา จะต้องมีขั้นตอนขออนุญาตตามกำหมายทุกขั้นตอน ทั้งการปลูกแบบวิสาหกิจชุมชน หรือการปลูกเพื่อรักษาโรค นอกเหนือจากนั้นถือว่าผิดกฎหมาย รวมถึงกฎหมายได้มีการปลดล็อกให้สามารถนำใบกัญชา ต้นกัญชา ราก ยกเว้น ช่อดอก ให้สามารถนำไปปรุงเป็นเมนูประกอบอาหารเพื่อสุขภาพได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานสาธารณสุข ในการตรวจสอบดูแล เพื่อความปลอดภัย และต้องมีที่มาจากการปลูก แหล่งผลิตที่ถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนที่จะนำไปปรุงเมนูจำหน่าย หรือรับประทาน เพราะอาจเกิดอันตรายหากนำไปปรุงเป็นเมนูในปริมาณไม่เหมาะสม ซึ่งปัจจุบันเมื่อวิสาหกิจชุมชนประสบความสำเร็จ จะได้ร่วมกันกับหน่วยงานรัฐ ส่งในส่วนของช่อดอกไปทำวิจัยเป็นยารักษาโรค ส่วน ใบของกัญชา จะมี เอกชนมาทำความร่วมมือข้อตกลงในการขออนุญาต รับซื้อไปปรุงเป็นเมนูเพื่อสุขภาพต่อไป ปัจจุบันมีข้อมูลว่า มีราคาตกไปละประมาณ 10 บาท เชื่อว่าอนาคตจะเกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด


ข่าว/ภาพ ประทีป นครพนม

ชาวบ้าน

Related posts

404 Not Found
404
Sorry, the page you visited does not exist.
It may be that the access link is wrong or the file does not exist.