กาฬสินธุ์ (ชมคลิป) องคมนตรีติดตามสถานณ์น้ำลุ่มน้ำชี-เขื่อนลำปาว

องคมนตรี ในฐานะรองประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าติดตามสถานการณ์การบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำชี และสถานการณ์น้ำเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์

วันที่ 15 สิงหาคม 2567 นายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี ในฐานะรองประธานอนุกรรมการติดตาม และขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เดินทางมาประชุม ณ เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ เพื่อติดตามและรับฟังรายงานการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝน ปี 2567 จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเดินทางไปยังบริเวณสันเขื่อนลำปาว เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำลำปาว  โดยมีนายธวัชชัย รอดงาม รองผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ พ.อ.ประวัติ จารุตัน รอง ผอ.รมน.กาฬสินธุ์ นายพงศธร ศิริอ่อน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านสำรวจและหรือออกแบบ) นายยงยส  เนียมทรัพย์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านวางแผนและโครงการ) นายไพฑูรย์ ศรีมุก ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 6 นายสำรวย อินพิทักษ์ ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว นายสันติ จัตุพันธุ์ นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ นางรุ่งรวี อ้นคต ผอ.ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน นายสุรพล สวนจันทร์ ผอ.โครงการชลประทานกาฬสินธุ์ นายตรีรัตน์ หนูแก้วขวัญ ปภ.กาฬสินธุ์รายงานสถานการณ์

โดยกรมอตุนิยมวิทยาได้รายงานว่าในช่วงเดือนที่ผ่านมามีปริมาณฝนตกเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งคาดการณ์ว่าปริมาณ น้ำฝนในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายน 2567 จะสูงกว่าเกณฑ์ปกติเล็กน้อย และมีพายุฤดูร้อนเข้าสู่ประเทศไทย ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ในช่วงปลายเดือนกันยายนมีโอกาสที่ปริมาณฝนจะสูงกว่าเกณฑ์ปกติ ประมาณร้อยละ 5 ควรระมัดระวัง และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจก่อให้เกิดฝนตกชุกและ กระจุกตัวในช่วงระยะเวลาสั้น ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

ด้านกรมชลประทาน ได้รายงานให้ที่ประชุมทราบสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนจุฬาภรณ์ และเขื่อนลำปาว มีปริมาณน้ำเก็บกักทั้งสิ้น 1,629 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น ร้อยละ 36 ซึ่งเป็นไปตามแผนการบริหารจัดการน้ำที่คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณน้ำท่าในระดับปานกลาง ทั้งนี้ จากการประมาณการของกรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทานได้ปรับแผนเพื่อรองรับสถานการณ์ปริมาณฝน มากกว่าปกติร้อยละ 5 เพื่อให้สามารถรองรับการจัดเก็บน้ำในฤดูฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถช่วย ป้องกันอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้คาดการณ์ว่าเมื่อสิ้นสุดฤดูฝนในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 จะมีปริมาณน้ำเก็บกักใน 3 เขื่อนหลัก ที่ระดับร้อยละ 80 หรือประมาณ 3,600 – 4,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นปริมาณน้ำที่เพียงพอที่จะจัดสรรน้ำให้เพียงพอต่อการใช้ในการอุปโภค และบริโภคตลอดช่วงฤดูแล้งตั้งแต่วันที่  1 พฤศจิกายน 2567 เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตามที่ประชุมเห็นว่าจากการรายงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีโอกาสที่จะเกิดผลกระทบจากฝนกระจุกตัว และน้ำท่วมฉับพลันในระหว่างเดือนกันยายนและตุลาคม ซึ้งส่งผลกระทบต่อประชาชน จึงเห็นควรให้ติดตาม สถานการณ์อย่างใกล้ชิด และให้มีการประสานงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ ที่อาจเกิดขึ้นได้

โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยงานด้านความมั่นคง และส่วนราชการที่ เกี่ยวข้องจัดเตรียมความพร้อม และแผนเพื่อรองรับกรณีเกิดอุทกภัย ให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะผู้ สูงอายุ ผู้ป่วย เด็ก และสถานที่ราชการที่ให้บริการประชาชน เช่น โรงพยาบาล และโรงเรียน สามารถอพยพประชาชน และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเร่งการระบายน้ำ เพื่อบรรเทาผลกระทบจาก อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

คลิป, ในประเทศ

Related posts

404 Not Found
404
Sorry, the page you visited does not exist.
It may be that the access link is wrong or the file does not exist.